บุคคลเมื่อมีรายได้เพิ่ม หรือมีการใช้จ่ายเงินน้อยลง เพื่อต้องการเก็บเงินที่เหลือไว้เป็นเงินออมสำหรับใช้ในอนาคต แต่ถ้าการออมนั้นยังไม่ได้นำออกไปใช้จ่ายก็อาจจะนำไปแสวงหาผลประโยชน์ให้เกิด
รายได้งอกเงยขึ้น ดังนั้นการออมที่ดีจึงเป็นการลงทุนที่ดีด้วยการออมที่นิยมได้แก่ การฝากธนาคาร การนำเงินไปซื้อตราสารการเงินเพราะเกิดความปลอดภัยและยังได้รับดอกเบี้ยหรือผลกำไรเป็นผลตอบแทน

เงินออม หมายถึง ส่วนของรายได้ที่เหลืออยู่ หรือที่กันเอาไว้ไม่นำมาใช้จ่ายในการบริโภคและอุปโภคในปัจจุบัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเก็บไว้ใช้จ่ายในอนาคต เช่น ในยามป่วยไข้ เมื่อแก่ชราหรือลงทุน เป็นต้น ถ้าเก็บไว้กับตัวเองเฉย ๆ เช่น ไส่ตุ่มฝังดินไว้ หรือเก็บใส่ตู้นิรภัยไว้ เงินจำนวนนี้จะไม่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจนกว่าจะได้มีการนำมาใช้จ่ายเกิดขึ้น การเกิฐเงินในลักษณะนี้เรียกว่า “Hoarding” เงินออมไม่จำเป้นต้องถูกเก็บไว้เฉย ๆ ในรูป Hoarding เสมอไป เพราะนอกจากจะไม่ให้ประโยชน์งอกเงยแล้วยังอาจจะขาดทุนอีกด้วย ในภาวะเงินเฟ้อ เงินที่เก็บอยู่เฉย ๆ จะมีค่าลดน้อยลงไปทุกที เมื่อราคาของสินค้าและบริการสูงอยู่ตลอดเวลา อำนวจของเงินจะลดลงเรื่อย ๆ เป็นอัตราส่วนกลับกับอัตราเงินเฟ้อ คนในสมัยนี้ เมื่อรายได้มากกว่ารายจ่ายและมีเงินออมจึงไม่นิยมเก็บใส่ไหฝังดินไว้ หรือเก็บใส่ไว้ใต้หมอนอีกต่อไป แต่หาทางทำให้เงินออมนั้นเกิดประโยชน์ อาจจะด้วยการนำไปฝากไว้กับสถาบันการเงิน ผู้ฝากเงินจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยและสถาบันการเงินที่รับฝากเงินจะนำเงินนั้นไปให้ผู้ลงทุนหรือผู้บริโภคกู้ต่อไป บางครั้งจึงเรียกการนำเงินออมไปฝากสถาบันการเงินว่า เป็นการลงทุนทางอ้อม ในบางกรณีผู้มีเงินออมอาจจะทำการลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจเองก็ได้ ในกรณีนี้ถือเป็นการลงทุนทางตรง